สายพันธุ์กัญชาที่มีในไทย — โปรไฟล์ THC/CBD และสรรพคุณ
เรียกดูฐานข้อมูลสายพันธุ์กัญชาที่มีจำหน่ายในประเทศไทย กรองตามประเภท (ซาติวา อินดิกา ไฮบริด) ระดับ THC และ CBD รวมถึงสรรพคุณเพื่อค้นหาสายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณ แต่ละโปรไฟล์สายพันธุ์มีข้อมูลความแรง รสชาติ การใช้ทางการแพทย์ และข้อมูลการปลูก
10 สายพันธุ์

Amnesia Haze
20–25%
0.5–1%

Blue Dream
17–24%
0.5–2%

Chocolate Thai
15–20%
0.5–1%

Gorilla Glue
25–30%
0.1–0.3%

Northern Lights
16–21%
0.1–0.3%

OG Kush
19–26%
0.3–0.7%

Thai Haze
18–24%
0.1–0.5%

Thai Sativa
12–18%
0.5–1.5%

Thai Stick
15–24%
0.1–0.5%

Wedding Cake
22–27%
0.1–0.5%
ทำความเข้าใจสายพันธุ์กัญชา
ซาติวา (Sativa)
สายพันธุ์ซาติวามักให้ผลกระตุ้นและเพิ่มพลังงาน เหมาะสำหรับใช้ในเวลากลางวัน ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ สมาธิ และอารมณ์ดี มักมี THC สูงและ CBD ต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความตื่นตัวและกระฉับกระเฉง
อินดิกา (Indica)
สายพันธุ์อินดิกามักให้ผลผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เหมาะสำหรับใช้ตอนเย็นหรือก่อนนอน ช่วยบรรเทาอาการปวด ลดความเครียด และช่วยให้นอนหลับ เป็นที่นิยมสำหรับการใช้ทางการแพทย์
ไฮบริด (Hybrid)
สายพันธุ์ไฮบริดเป็นการผสมระหว่างซาติวาและอินดิกา ให้ผลที่สมดุลระหว่างการกระตุ้นและผ่อนคลาย สายพันธุ์ไฮบริดมีความหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับสัดส่วนพันธุกรรมของพ่อแม่พันธุ์
ทำความเข้าใจระดับ THC และ CBD
THC (tetrahydrocannabinol) เป็นสารออกฤทธิ์หลักที่ทำให้เกิดผลต่อจิตประสาท ยิ่ง THC สูงยิ่งให้ผลแรง สายพันธุ์ในไทยมีตั้งแต่ THC ต่ำ (8-15%) ถึงสูงมาก (25%+) CBD (cannabidiol) ไม่ทำให้มึนเมาแต่มีคุณสมบัติทางการแพทย์ ช่วยต้านการอักเสบ ลดความวิตกกังวล และบรรเทาอาการปวด สายพันธุ์ที่มี CBD สูงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ต้องการประโยชน์ทางการแพทย์โดยไม่ต้องการผลต่อจิตประสาทมาก
วิธีเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณ
การเลือกสายพันธุ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย: อาการที่ต้องการรักษา (ปวดเรื้อรัง นอนไม่หลับ วิตกกังวล) ระดับประสบการณ์ (ผู้เริ่มต้นควรเริ่มจาก THC ต่ำ) เวลาที่จะใช้ (กลางวันเลือกซาติวา กลางคืนเลือกอินดิกา) และรูปแบบการใช้ที่ต้องการ ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ที่ร้านจำหน่ายเพื่อคำแนะนำเฉพาะบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
สายพันธุ์กัญชาอะไรบ้างที่มีจำหน่ายในประเทศไทย? ▼
ประเทศไทยมีสายพันธุ์กัญชาหลากหลายทั้งพันธุ์พื้นเมืองไทยและพันธุ์นานาชาติยอดนิยม รวมถึงซาติวา อินดิกา และไฮบริด สายพันธุ์พื้นเมืองไทยเช่น Thai Stick และ Chocolate Thai เป็นที่รู้จักทั่วโลก ส่วนพันธุ์นานาชาติเช่น OG Kush, Girl Scout Cookies และ Blue Dream ก็มีจำหน่ายในร้านจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต
ซาติวากับอินดิกาต่างกันอย่างไร? ▼
ซาติวาให้ผลกระตุ้น เพิ่มพลังงานและความคิดสร้างสรรค์ เหมาะใช้กลางวัน อินดิกาให้ผลผ่อนคลาย ช่วยนอนหลับและบรรเทาปวด เหมาะใช้ตอนเย็น ไฮบริดผสมคุณสมบัติของทั้งสองประเภท อย่างไรก็ตาม ผลจริงขึ้นอยู่กับสัดส่วนสารแคนนาบินอยด์และเทอร์ปีนในแต่ละสายพันธุ์มากกว่าการจำแนกประเภท
ระดับ THC ที่มีจำหน่ายในร้านกัญชาไทยเป็นอย่างไร? ▼
ร้านจำหน่ายในไทยมีสายพันธุ์ตั้งแต่ THC ต่ำ (8-15%) สำหรับผู้เริ่มต้น THC ปานกลาง (15-20%) สำหรับผู้มีประสบการณ์ และ THC สูง (20-30%) สำหรับผู้ใช้ที่มีความทนทานสูง ผลิตภัณฑ์ที่มี THC เกิน 0.2% ต้องมีใบสั่งยา PT 33 สายพันธุ์ CBD สูงที่มี THC ต่ำก็มีจำหน่ายสำหรับผู้ที่ต้องการประโยชน์ทางการแพทย์
ต้องมีใบสั่งยาเพื่อซื้อสายพันธุ์กัญชาในไทยหรือไม่? ▼
ใช่ ตั้งแต่ปี 2568 ผลิตภัณฑ์กัญชาที่มี THC เกิน 0.2% จำเป็นต้องมีใบสั่งยา PT 33 จากแพทย์ที่ได้รับอนุญาต เข้ารับการตรวจที่คลินิกกัญชาที่ได้รับใบอนุญาต แพทย์จะออกใบสั่งยาหากอาการของคุณผ่านเกณฑ์ ผลิตภัณฑ์ CBD ที่มี THC ไม่เกิน 0.2% สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา
สายพันธุ์ไหนดีที่สุดสำหรับบรรเทาอาการปวด? ▼
สายพันธุ์อินดิกาและไฮบริดที่มี THC ปานกลางถึงสูงร่วมกับ CBD มักได้ผลดีในการบรรเทาปวด สายพันธุ์ที่นิยมใช้สำหรับอาการปวด ได้แก่ สายพันธุ์ที่มีเทอร์ปีน Myrcene และ Caryophyllene สูง ควรปรึกษาแพทย์ที่คลินิกกัญชาเพื่อรับคำแนะนำสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับอาการปวดของคุณโดยเฉพาะ