กระทรวงสาธารณสุขจะกำหนดให้ร้านกัญชาที่ยังเหลืออยู่ทั่วประเทศปรับเป็นสถานประกอบการทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรอง แผนดังกล่าวประกาศเมื่อต้นเดือนเมษายน 2569 จะเปลี่ยนร้านที่ได้รับอนุญาตราว 11,000 แห่งให้เป็นคลินิก ร้านขายยา หรือร้านขายยาแผนโบราณ โดยแต่ละแห่งต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพประจำร้าน ร้านที่ไม่ปรับตัวจะสิ้นสภาพใบอนุญาตเมื่อหมดอายุ ภายในช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปี
นี่ไม่ใช่การแบน แต่เป็นการจัดระเบียบใหม่ว่าใครขายกัญชาได้ ขายอย่างไร และขายให้ใคร ด้านล่างคือสาระสำคัญของกฎ ตัวเลขที่อยู่เบื้องหลัง และความหมายต่อผู้ประกอบการและผู้ป่วย
สรุปสั้น ๆ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พัฒนา พรหมพัฒน์ ยืนยันว่าร้านที่ต่ออายุใบอนุญาตต้องยกระดับเป็นสถานพยาบาล อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี กำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปี ตามรอบวันหมดอายุใบอนุญาตของแต่ละร้าน ไม่มีเส้นตายเดียวทั่วประเทศ เส้นตายของคุณคือวันที่ใบอนุญาตปัจจุบันหมดอายุ
ภายใต้รูปแบบใหม่ กัญชาจะจ่ายได้เฉพาะโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่ประจำในสถานที่ ขายได้เฉพาะผู้ป่วยที่มีใบสั่งยา ปท. 33 และต้องมาจากฟาร์มที่ได้รับการรับรอง GACP เท่านั้น ห้ามขายเพื่อสันทนาการและห้ามโฆษณา
ดูกรอบกฎหมายทั้งหมดได้ที่ศูนย์รวมกฎหมายกัญชาไทย และคู่มือปรับร้านกัญชาเป็นคลินิก
ตัวเลขเบื้องหลังกฎใหม่
การปรับตัวเกิดขึ้นแล้วอย่างต่อเนื่อง จากใบอนุญาต 8,636 ฉบับที่หมดอายุในปี 2568 มีเพียง 1,339 ฉบับ หรือราว 15.5% ที่ยื่นต่ออายุ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีร้าน 7,297 แห่งจากทั้งหมด 18,433 แห่งปิดตัวไป เหลือประมาณ 11,136 แห่งที่ยังเปิดดำเนินการ
ทางการคาดว่ามีเพียงราว 15% ของร้านเดิมราว 18,000 แห่ง หรือประมาณ 3,000 แห่ง ที่จะปรับเป็นสถานประกอบการทางการแพทย์ได้สำเร็จ
| ตัวชี้วัด | จำนวน |
|---|---|
| ร้านช่วงสูงสุด | ~18,000 (บันทึกไว้ 18,433 แห่ง) |
| ใบอนุญาตหมดอายุปี 2568 | 8,636 |
| ต่ออายุปี 2568 | 1,339 (~15.5%) |
| ร้านปิดตัวถึง ก.พ. 2569 | 7,297 |
| ร้านที่ยังเปิด (ก.พ. 2569) | ~11,136 |
| คาดว่ารอดหลังปรับตัว | ~3,000 (~15%) |
“ปรับเป็นสถานประกอบการทางการแพทย์” หมายความว่าอย่างไร
ตามกฎใหม่ ร้านกัญชาที่ได้รับอนุญาตต้องปรับเป็น 1 ใน 3 ประเภทสถานประกอบการที่ได้รับการรับรอง โดยแต่ละแห่งต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพประจำร้าน:
- คลินิก
- ร้านขายยา
- ร้านขายยาแผนโบราณ
ข้อกำหนดในการปรับตัว
ทุกสถานประกอบการที่ปรับแล้วต้องผ่านเงื่อนไขหลักเดียวกัน:
| ข้อกำหนด | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ประกอบวิชาชีพประจำร้าน | ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพที่จ่ายกัญชาได้ประจำในสถานที่ |
| ขายตามใบสั่งเท่านั้น | ขายได้เฉพาะผู้ป่วยที่มีใบสั่งยา ปท. 33 |
| ปริมาณจ่าย | จ่ายได้สูงสุด 30 วันต่อใบสั่ง |
| แหล่งที่มา | ดอกกัญชาต้องมาจากฟาร์มที่ได้รับการรับรอง GACP |
| ห้ามโฆษณา | ห้ามโฆษณากัญชา |
| ห้ามขายสันทนาการ | ห้ามขายเพื่อการสันทนาการ |
มาตรฐานบุคลากรและสถานที่ของสถานพยาบาลมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ส่วนดอกกัญชาต้องมีใบสั่งยา ปท. 33 มาตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2568 เมื่อถูกจัดเป็นสมุนไพรควบคุม อ่านรายละเอียดได้ที่ข้อกำหนดการดำเนินการคลินิก และภาพรวมกัญชาทางการแพทย์
ใครเป็นผู้จ่ายยาประจำร้านได้
ผู้จ่ายยาประจำร้านต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ 7 ประเภท ซึ่งทุกประเภทต้องได้รับใบรับรองด้านกัญชาจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ:
- แพทย์
- แพทย์แผนไทย
- แพทย์แผนไทยประยุกต์
- แพทย์แผนจีน
- เภสัชกร
- ทันตแพทย์
- หมอพื้นบ้านที่ได้รับอนุญาต
สัตวแพทย์ไม่อยู่ในรายชื่อนี้ เพราะสั่งใช้กัญชาได้เฉพาะกับสัตว์ภายใต้กฎแยกต่างหาก และพยาบาลไม่ถือเป็นผู้สั่งจ่ายที่มีคุณสมบัติ
การติดตามการเปลี่ยนผ่าน
ทางการกำลังทำแผนที่สถานที่ที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศ และออกสติกเกอร์แสดงตัวที่ระบุสถานะใบอนุญาตและวันหมดอายุของแต่ละร้าน ทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วว่าร้านใดปฏิบัติตามกฎ และใบอนุญาตของแต่ละร้านหมดอายุเมื่อใด
เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้เปิดหลักสูตรอบรมและระบบ e-learning เพื่อช่วยผู้ประกอบการและพนักงานให้ผ่านมาตรฐานใหม่และได้รับใบรับรองที่กำหนด
สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้
วันหมดอายุใบอนุญาตคือเส้นตายของคุณ เมื่อถึงกำหนด การต่ออายุจะทำได้ก็ต่อเมื่อคุณปรับเป็นสถานประกอบการทางการแพทย์ที่ผ่านเกณฑ์และขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ไม่มีการขยายเวลาให้ร้านที่ยังคงรูปแบบหน้าร้านเดิม
เตรียมงบประมาณให้พร้อม ค่าขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาล ค่าจ้างผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับการรับรอง และค่าปรับปรุงสถานที่ให้ผ่านมาตรฐาน ล้วนมีค่าใช้จ่าย ร้านที่เคยเปิดแบบประหยัดจะต้องลงทุนเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ
หาผู้ประกอบวิชาชีพไว้แต่เนิ่น ๆ ทุกร้านที่ปรับแล้วต้องมีผู้สั่งจ่ายประจำที่มีคุณสมบัติ ซึ่งมีจำนวนจำกัด การรับสมัครหรือหาพาร์ทเนอร์ตั้งแต่ตอนนี้ง่ายกว่าการมาเร่งหาก่อนใบอนุญาตหมดอายุมาก
ใช้ช่วง 3 ปีให้เป็นประโยชน์ แต่อย่ารอจนหมดเวลา ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ผูกกับรอบใบอนุญาต ไม่ใช่ระยะผ่อนผันที่มองข้ามได้ ร้านที่ปรับตัวเร็วจะรับผู้ป่วยจากร้านที่ปิดตัว เริ่มจากคู่มือปรับร้านกัญชาเป็นคลินิก และข้อกำหนดใบอนุญาตกัญชา
สิ่งที่ผู้ป่วยต้องรู้
ยังเข้าถึงได้ แต่จุดขายเปลี่ยนไป ดอกกัญชาต้องมีใบสั่งยา ปท. 33 มาตั้งแต่มิถุนายน 2568 และข้อนี้ไม่เปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนคือสถานที่รับยา จะเป็นคลินิกและร้านขายยาที่มีผู้ประกอบวิชาชีพประจำมากขึ้น แทนที่จะเป็นร้านหน้าร้านเดิม
ใบสั่งแต่ละใบจ่ายได้สูงสุด 30 วัน และผลิตภัณฑ์ต้องมาจากแหล่งที่ได้รับการรับรอง GACP เมื่อร้านที่ไม่มีผู้ประกอบวิชาชีพทยอยปิดตัว ผู้ป่วยในบางพื้นที่อาจต้องเดินทางไกลขึ้นเพื่อไปยังสถานที่ที่ปฏิบัติตามกฎ แม้ทางการจะระบุว่าเครือข่ายคลินิกและร้านขายยาจะช่วยให้ยาไม่ขาดแคลน
ดูกฎปัจจุบันเรื่องใบสั่งยาและคุณสมบัติได้ที่ภาพรวมกัญชาทางการแพทย์ และสรุปในอัปเดตกฎหมายกัญชาไทย 2569
ภาพรวม
ตลาดกัญชาของไทยกำลังถูกปรับจากภาคค้าปลีกเป็นตลาดทางการแพทย์ที่ควบคุมเข้มงวด จากจุดสูงสุดที่เกือบ 18,000 แห่ง ทางการคาดว่าจะเหลือราว 3,000 แห่งเมื่อการปรับตัวเสร็จสิ้น ผู้ประกอบการที่รอดจะบริหารสถานประกอบการด้านสุขภาพ ไม่ใช่ร้านค้าหน้าร้าน และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎเป็นเรื่องจริง
กรอบนี้อาศัยกฎกระทรวงและการจัดกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม มากกว่าจะเป็นพระราชบัญญัติกัญชาฉบับเดียวที่สมบูรณ์ เราจะอัปเดตบทความนี้เมื่อการเปลี่ยนผ่านคืบหน้า และเมื่อร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง ที่ถกเถียงกันมานานมีความคืบหน้า
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎกัญชาในไทยเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทางธุรกิจหรือการแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
กฎเดือนเมษายน 2569 กำหนดให้ร้านกัญชาต้องทำอะไร?
ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัวนานเท่าใด?
คาดว่าจะมีร้านกัญชารอดผ่านการเปลี่ยนผ่านกี่แห่ง?
ใครเป็นผู้จ่ายยาประจำร้านในคลินิกที่ปรับแล้วได้บ้าง?
ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ผู้ป่วยยังซื้อกัญชาได้หรือไม่?
Cannabis for Thailand
Cannabis for Thailand